หนึ่งวัน
fic.
สายตาคมจับจ้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ปลายนิ้วเรียวพิมพ์ข้อความอย่างเคยชิน โต้ตอบสนทนากับผู้ที่อยู่ที่ฟากฝั่งแสนไกล รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าเป็นระยะ ก็แน่ล่ะในเมื่อเธอกำลังมีความสุขออกขนาดนี้ เป็นวันหยุดที่แสนหายากในช่วงที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย ที่เรียกได้ว่าแทบไม่รู้จักวันหยุดเลยก็ตาม
อย่างไรเสียวันนี้ก็มีเรื่องชวนให้สบายใจอยู่หลายเรื่องทีเดียว ข้อแรกมันเป็นวันหยุด ข้อสองได้มีเวลาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวบ้าง ละ ข้อสามได้ออกไปพบปะเพื่อนฝูงที่ไม่ได้เจอกันมานานรวมถึงการได้เข้าไปในโรงภาพยนตร์ที่ห่างหายไป แทบจะลืมเลือนไปเสียแล้วว่าครั้งล่าสุดดูเรื่องอะไร...
แต่ก็ไม่วายเรื่องรบกวนใจเล็กน้อยที่ยังคงวนเวียนอยู่ ก็คือ ช่วงเวลา สี่โมงเย็นถึงแปดโมงเช้าเป็นเวลาที่หญิงสาวจำเป็นต้องอยู่เวร แต่ก็อีกนั่นล่ะเวรภาควิชาจิตเวชอยู่มาตั้งสี่ครั้ง ก็ไม่เคยถูกตามเลยสักครั้ง ไหนๆวันนี้ก็วันหยุดรออยู่ที่บ้านคงจะดีกว่า...แหมก็บ้านอยู่ใกล้โรงพยาบาลคงไม่เป็นไรหรอก
ไม่สิ ... หญิงสาวกำลังคิดว่า ก็คงเป็นอย่างเคยนั่นล่ะ
2012 เรื่องราวที่ไปดูวันนี้ ทำให้เธอรู้สึกอ่อนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับไปวิ่งหนีร่วมสู้เอาชีวิตรอดกับผู้คนที่ปรากฏในภาพยนตร์ก็ไม่ปาน ภาพการแตกสลายของผิวโลกภัยพิบัติขนาดใหญ่ทำเอาจิตใจสะดุ้งสะเทือนไปตาม
น้ำใสเอ่อรื้นขึ้น แต่ก็หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เอาเข้าจริงๆมันก็เป็นแค่เพียงภาพยนตร์
ตอนนี้เวลาสามทุ่มครึ่ง...หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวยังคงนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หาเรื่องราวต่างๆที่หน้าสนใจ ทั้งเรื่องราวบันเทิงและเรื่องของวิชาการ
หน้าต่างของเอ็มเอสเอ็นขึ้นชื่อของบุคคลหลากหลายสนิทบ้างไม่สนิทบ้าง
พิมพ์ตอบบ้างไม่พิมพ์ตอบบ้าง ตามอารมณ์
ทันใดนั้นเอง เสียงที่ไม่คาดฝันก็ดังขึ้นมา...
"เสียงโทรศัพท์มือถือ..."
หญิงสาวนั่งตัวแข็ง ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างหยุดชะงัก ก่อนที่จะรวบรวมสติ ลุกขึ้นไปดูที่โทรศัพท์มือถือ
...ไม่เอาน่า...
...อย่ามาล้อเล่นแบบนี้...
กระนั้นก็ยังใช้ defense mechanism คือ denial ....
หน้าจอปรากฏเบอร์ของคนที่เธอไม่อยากให้เขาโทรมาเลยอย่างน้อยก็ในคืนนี้
ปลายนิ้วเรียวก็กดรับอย่างกล้าๆกลัวๆ
"จิ๋ว ..." น้ำเสียงเรียบของเธอกล่าวเอ่ยทักขึ้นก่อน
"จริงรึเปล่า"
ปลายสายเพียงแต่เอ่ยกลับมาสั้นๆ
"อื้ม"
ก่อนที่จะเอ่ยกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเรียบไม่ต่างกัน
"แล้วแกอยู่ไหน"
"อยู่บ้าน"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยกลับมา
"....เหมือนกัน...."
เอาแล้วสิ ... ซวยแล้วไง
นิ้วเรียวกดวางสายโทรศัพท์ ก่อนที่จะกลับมาจัดการกับคอมพิวเตอร์ที่ค้างไว้
พิมพ์ข้อความด้วยความรวดเร็ว
Mutsuki:
...มีเคสด่วน ไปก่อนนะ....
แต่ก็ไม่วายที่จะ พิมพ์บางสิ่งต่อท้าย
Mutsuki:
[[อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก.....]]
หายใจเข้าให้เต็มปอดก่อนที่จะ[วิ่ง] ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความรวดเร็ว หยิบฉวยข้าวของที่จำเป็นพุ่งตัวออกจากบ้านไปทั้งอย่างนั้น
เรียกโบกรถแท็กซี่ที่ขับผ่านมาก่อนจะโยนตัวเข้าไปในรถ
"ลุงคะช่วยเร็วนิดนึงนะคะ ต้องไปดูคนไข้ด่วน!!!.."
พอคิดย้อนกลับมาก็ช่างน่าสงสารคุณลุงคนขับรถเสียเหลือเกินที่ต้องมารับว่าที่คุณหมอสุดแสบแบบนี้ ดูเหมือนว่าแกจะบึ่งเต็มที่เช่นกัน โชว์สปิริตของโชเฟอร์ที่ดี
เมื่อถึงจุดหมายหญิงสาวแทบจะทะลึ่งพรวดออกจากตัวรถก่อนที่จะก้าวยาวๆไปตามทางเดิน ช่วยไม่ได้นี่นา ก็ใจมันไปถึงที่ห้องฉุกเฉินก่อนตั้งนานแล้ว
.....
การดูแลผู้ป่วยยาวนานกว่าที่คาดไว้มากนัก กว่าจะจัดการเรื่องราวจบเรียบร้อยเวลาก็เดินผ่านไปจนกระทั่งตีหนึ่งของวันใหม่ แต่ก็น่าแปลกที่เธอเองกลับไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด อาจจะเพราะเคยชินกับการอดนอนก็เป็นได้
อากาศหน้าหนาวชวนให้ยะเยือก โดยเฉพาะเวลาตีหนึ่งเช่นนี้ไม่อยากจะคิดเลยว่าน้ำจะเย็นสักเท่าใด อาบน้ำเสร็จด้วยร่างกายที่หนาวยะเยือกไปตามภูมิอากาศ
...ไม่หลับง่ายๆแน่ทีนี้...
sleep hygiene สุขอนามัยการนอน เรื่องราวที่พร่ำให้คำปรึกษากับคนไข้ กลับนำมาใช้เองไม่ได้ซะนี่
..เอาล่ะนอนไม่หลับจะไปดูโทรทัศน์ อย่างน้อยที่หอก็มีเคเบิ้ลให้ดูล่ะน่า..
เธอคิดในใจ
แต่ว่าเพียงไม่นานหลังจากที่อบน้ำเสร็จ เหมือนกับร่างกายประท้วงว่าวันนี้เหนื่อยมามากแล้ว การ shut down ระบบเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ก่อนที่หญิงสาวจะเผลอหลับไป ..อย่างเงียบๆ
fin
-----------------------------------------------------
อ่านเอามันละกัน อย่าอ่านเอาภาษา(หัวเราะ)
ไม่ใช่เรื่องจริง(ทั้งหมด)หรอกนะคะ ผ่านการใส่สีใส่ไข่ไปบ้าง
เพื่อให้สนุกขึ้น ... รึเปล่า
โอยง่วงจัง เดี๋ยวไปนอนมั่งดีกว่า 55