แย่จังฮะ ผมไข้ขึ้นซะแล้ว
ทั้งๆที่ปกติผมเป็นคนแข็งแรงนะเนี่ย
สงสัยเริ่มมาตั้งแต่วันก่อนไปอยู่เวรมา
แล้วเป็นเวรที่ยุ่งทีเดียว ผมแทบจะไม่ได้นอน
พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็เริ่มมึนหัว
เดิมทีไอกับมีน้ำมูกอยู่แล้ว
คราวนี้เล่นเอาหนักเลย
ผมมีสอนซะด้วยสิวันนี้
เอาน่าไม่เป็นไรลองไปดูก่อนแล้วกัน
ถ้าไม่ไหวจริงๆก็ค่อยว่ากันอีกที
แต่......โอยไม่อยากกินยาเลยแฮะ
แปลก ผมเป็นหมอแท้ๆแต่กลับไม่ชอบกินยาซะเอง
ผมคงเชื่อมั่นในร่างกายตัวเองมากไปหน่อย
คงเป็นแค่ไวรัสแหละ หายเองได้ไม่ต้องกินยาผมคิดยังงั้น
.............
ถึงห้องพยาบาลแล้ว ผมมีสอนตอน11 โมง
ตอนนี้พึ่ง 8 โมงเอง ของีบซักพักละกัน
"กั๊ซ 10.30 ช่วยปลุกพี่ด้วย มีสอนตอน 11 โมง"
ผมบอกเจ้ากั๊ซที่กำลังเล่นเกมส์อยู่
"พี่โชคเป็นไรรึเปล่าครับ หน้าตาไม่ค่อยดีเลย"
"เมื่อคืนอยู่เวรยังไม่ได้นอนเลย ไม่เป็นไรหรอก
ตอนนี้ขอนอนก่อนละกันนะ อย่าลืมปลุกพี่ด้วย"
"ได้ครับ" หมอกั๊ซรับปาก
.
.
.
.
กริ๊ง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงนาฬิกาปลุกดัง
ใครมาตั้งนาฬิกกาไว้วะเนี่ย หนวกหูจริงๆ
"10.30 แล้วครับพี่โชค" เสียงเจ้ากั๊ซดังขึ้น
ในขณะที่มือกำลังเล่นเกมส์อยู่อย่างเมามัน
"อ้อ ผมเอายาวางไว้หัวเตียง พี่กินด้วยนะครับ
ผมวัดไข้พี่ได้ตั้ง 38.9 C แหนะ "
เฮ้ย ...ไอ้นี่วัดตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย
ยุ่งไม่เข้าเรื่อง ผมคิด
"เออๆ พี่ไปสอนแป๊บเดียวเดี๋ยวจะมานอนต่อแล้ว
พี่ไม่ชอบกินยา ไวรัสกระจอกๆ นอนๆเดี๋ยวก็หาย"
"แล้วแต่นะครับ ผมอยู่ตลอดพี่ไม่ไหวก็บอกนะ"
"อืมๆ ขอบใจ"ผมลุกไปล้างหน้าล้างตา เรียบร้อย
เตรียมตัวไปสอน หัวร้อนๆหนักๆแฮะ นี่มันแค่ไวรัสจริงเหรอวะเนี่ย
ชักจะสงสัย ผมไม่ชอบกินantibiotic(ยาปฏิชีวนะ)พร่ำเพรื่อเพราะมันจะทำให้
เชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้น เอาไว้ไข้สูงกว่านี้อาการหนักกว่านี้ค่อยกินละกัน
บางทีผมก็สงสัยตัวเองเหมือนกันวะทำไมดื้อนักวะ
โอย...เสียงไม่ค่อยจะมีเลยงั้นวันนี้ใช้ไมค์ละกัน
....
ถึงห้องเรียนแล้ว
เด็กๆกล่าวทำความเคารพเรียบร้อย
"สวัสดีครับ วันนี้ครูจะมาสอนเรื่องโภชนาการนะ
มันก็เกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินที่เรากินอยู่ทุกวันนี่แหละ
มีใครรู้บ้างว่าปกติคนเราต้องกินอาหารกี่ กิโลแคลอรี่"
เริ่มมีเสียงจ้อกแจ้กจอแจขึ้นมา
"2000 ครับ เอ่อ..เคยเห็นที่ข้างกล่องขนม" ต้นไม้ตอบ
"เก่งมากถูกต้อง แต่ว่าในแต่ละคนก็จะใช้พลังงานไม่เท่ากัน
คนตัวใหญ่ก็จะใช้มากกว่าคนตัวเล็ก กิจกรรมก็เป็นตัวกำหนด
พลังงานที่เราจะใช้ เช่นคนเล่นกีฬาก็จะใช้พลังงานมากกว่าคนปกติ"
"อย่างอาหารที่เรากินในแต่ละวันก็ต้องสมดุล กับกิจกรรมที่ทำด้วย
ไม่งั้นมันจะสะสมกันจนกลายเป็นโรคอ้วน"
ดูเหมือนพวกนักเรียนหญิงจะสนใจกับหัวข้อนี้เป็นพิเศษ
โอย..แย่จังหัวผมหนักขึ้นเรื่อยๆ
"ข้าว 1 ทัพพีให้พลังงาน 70 Cal
ไข่ต้ม 1 ฟอง ก็มี 70 Cal แต่ถ้าเอาไปทอด
ก็ต้องเพิ่มอีกเป็นประมาณ 200 Cal"
โห!!!!!!!! เสียงนักเรียนฮือฮาดังขึ้น
"แต่ถ้าเป็นไข่เจียว ก็จะมากขึ้นกว่านั้นอีก เพราะมันก็เหมือนเป็นฟองน้ำ
ดูดซับไขมันเข้าไปก็พลังงานเยอะกว่าไข่ดาวอีก"
การสอนดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
จน
....
ผมเริ่มรู้สึกไม่มีแรงตาเริ่มลาย
ขาเริ่มยืนไม่ค่อยไหว ผมเอนตัวพิงกับกำแพง
พยายามจะสอนต่อ
เหงื่อออกมากผิดปกติ น่าอายจริงๆ ผมคิด
ทำไมต้องเป็นตอนนี้ ทนอีกหน่อยไม่ได้รึไง
นี่นักเรียนกำลังมองอยู่นะเว่ย เสียชื่อหมอหมด
สุดท้ายผมก็ทนต่อสู้กับเจ้าเชื้อโรคนี่ไม่ไหว
ผมค่อยๆทรุดนั่งลงกับพื้น มือขึ้นกุมหัวไว้
ไมค์ถูกปล่อยให้ตกลงสู่พื้น
ทำไมร้อนขนาดนี้นะ แย่จริงๆ
ผมได้ยินเสียงพวกนักเรียนเรียกชื่อผม ด้วยน้ำเสียงตกใจ
แต่มันก็เบาเหลือเกิน ผมรู้สึกถึงมือของนักเรียน2คน
มาพยุงผมไว้ เป็นภูมิกับธี หิ้วแขนผมไว้คนละข้าง
เลือกตัวบิ๊กๆมาเชียวนะ หะหะหะ ผมคิดในใจ
ดูเหมือนพวกนักเรียนจะตกใจกันมาก ตามผมมากันทั้งห้อง
จนถึงห้องพยาบาล ผมขอบใจพวกนักเรียนที่พามาส่ง
เจ้ากั๊ซที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ก็ดูค่อนข้างตกใจ
ที่ผมโดนหิ้วปีกมาห้องพยาบาล
"กั๊ซ พี่ขอ para ceterizine amoxicillin"
ไม่ไหวแล้วคงต้องกินยาแล้ว ผมชิงสั่งยาเองก่อน
เนื่องจากผมรู้สึกอายที่ไม่ยอมกินยาเองแต่แรก
ดูเจ้ากั๊ซก็ขำๆเหมือนรู้ทัน "ครับๆ เอาล่ะนักเรียนก็ไปพัก
กันได้แล้วนี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว
เดี๋ยวผมจะดูแลต่อเองนะ ขอบใจทุกคนมากๆ"
"อ้อ พี่โชคครับผมว่าพี่กินเป็น คลอเฟนิรามีน ดีกว่ามั๊ยฮะ
จะได้นอนยาวเลย"
"อืม ก็ดีเหมือนกัน วันนี้คงไปไหนไม่ไหวแล้วล่ะ ลาทั้งวัน
ฝากขอโทษ ผอ.ด้วย"
ทำไมวันที่ป่วยต้องมาอยู่กับผู้ชายด้วยวะ
ไปให้พวกพยาบาลสวยๆดูแลก็ไม่ได้
แย่...จัง..เลย
แล้วผมก็หลับไป
.
.
------------------------------------------------------------------
จบไปอีกตอนนึง
เอามาแทรกเป็นการบ้านได้ม๊ยน้อ
แต่เท่าที่ดูหัวข้อแล้วยังไม่เข้ากับหัวข้อไหนเลยอ่ะ
คือตอนนี้ป่วยระดับเดียวกับอีหมอโชค
ถึงขั้นไปอยู่เวรไม่ไหว
จะว่าไปตอนนี้ช่างชวนจิ้นวายจริงๆ น่ากลัว
ไม่อาววว หมอโชคไม่วาย หมอโชคชอบผู้หญิงงงง
หะหะหะ แอ่ก ไปแระ ไปนอนพักต่อ
โอยการบ้านสุมหัวววว ทำมิทันเลยค่ะคุณผอ.
ปล.จริงๆอยากเขียนเกี่ยวกับเรื่องโภชนาการมากกว่านี้
ถ้ามีโอกาส
เอ่อ เรื่องไม่ชอบกินยานี่ก็เป็นนิสัยตัวเองแหละค่ะ
รู้สึกไม่อยากเอาสารเคมีเข้าตัว เพราะบางอย่างมันหายเองได้จริงๆ
โดยไม่ต้องใช้ยา
edit @ 19 Jul 2008 23:28:36 by mutsuki
1.ก่อนจะมาเป็นศัลยแพทย์ ต้องเรียนความรู้สาขาแพทย์ทั่วไปก่อนใช่ไหมครับ