2009/Nov/07

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของ รร.ลบ.

--------------------------------------------------

[SS] - อย่ารู้เลย

character - 06 07

 

อากาศภายนอกเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ลมพัดเอื่อย เมฆสีเทาตัดกับฟ้าสีน้ำเงินเข้ม  ท้องฟ้าช่วงนี้มืดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเริ่มย่างเข้าฤดูหนาว  หน้าต่างห้องพยาบาลยังคงมีแสงไฟลอดผ่านออกมา

ชายหนุ่มขยับกรอบแว่นให้เข้าที่อย่างเชื่องช้า  สายตาลอบมองไปยังร่างที่คงนอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาว  ท่าทางคงจะไม่ตื่นง่ายๆ

...จะให้นอนต่อ หรือจะปลุกดีนะ ...

ร่างสูงนิ่งไปชั่วครู่  ก่อนที่จะลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นบนไหล่ขวา เดินตรงไปยังเตียงผู้ป่วย ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ มือหนาเอื้อมไปแตะบริเวณหนาผากอย่างเบามือ  ก่อนที่สมองจะประมวลความคิด

...ปลุกเถอะ...

นอนอยู่อย่างนี้คงไม่ดี

"ปราบ.." เสียงทุ้มเอ่ยเรียกร่างที่ยังคงนอนนิ่ง

"ตื่นได้แล้ว "

เปลือกตาบางกระพริบถี่  แขนทั้งสองข้างเริ่มขยับด้วยความงัวเงีย   ...ราวกับประมวลเหตุการณ์ได้ ร่างที่นอนนิ่งเมื่อครู่ดุ้งสุดตัวจนเรียกได้ว่าแทบจะกระโดดผึงออกมา

"พี่หมอ !!   .....  อือ.."

สองมือประคองใบหน้าของตนเอง ซึ่งบัดนี้ร้อนฉ่าด้วยพิษไข้ สายตาพร่า ในหัวหนักอึ้ง ร่างกายก็ปวดเมื่อยระบม ไม่สบายตัวเป็นที่สุด ปุณญนันท์ยังคงนั่งคุดคู้อยู่ในผ้าห่มสีขาว สีหน้าอ่อนเพลียยังคงมีให้เห็น

"ยังมีไข้อยู่  ไปเก็บของก่อนเดี๋ยวไปโรงพยาบาลกับพี่"

"ไม่เป็นไรครับ ผมดีขึ้นแล้ว"  

หมอหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมกับส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ  คนๆนี้ชอบทำตัวแข็งแรงทั้งที่ป่วยอยู่  เกรงใจอะไรไม่เข้าเรื่อง  คนไข้แบบนี้ล่ะที่เขาเบื่อที่จะรับมือด้วย

"พี่ต้องไปโรงพยาบาลอยู่แล้ว ก็ไปหาหมอหน่อยเถอะ"

น้ำเสียงตอบกลับเรียบ ไม่รอแม้แต่คำตอบจากอีกฝ่าย  ร่างสูงลุกขึ้นไปปิดไฟในห้องพยาบาลแล้วเดินออกเป็นเชิงบังคับ เป็นที่รู้กันว่าอย่าไปพยายามต่อกรกับคุณหมออีก จากประสบการณ์ที่เคยดูแลรักษากันมานานร่วมหลายเดือน  อะไรบางอย่างบอกปุณญนันท์ว่า ที่จริงแล้วสิทธิโชคก็ไม่ได้เป็นคนใจดีสักเท่าไหร่

 

................

รถสีดำเคลื่อนเข้าไปในโรงพยาบาล

คุณหมอหนุ่มเดินก้าวเท้านำเข้าไปยังอาณาเขตของสถานที่ที่เรียกว่าโรงพยาบาล  ราวกับอาณาจักรที่ชายหนุ่มไม่เคยเห็นนี่คงเป็นอีกโลกหนึ่งของคนคนนี้ คนที่เขาได้แต่สัมผัสเพียงแต่ในโรงเรียน ในฐานะครูสอนสุขศึกษาและครูห้องพยาบาลเท่านั้น

"ไม่เอารถนั่งเหรอ"

"ไม่เป็นไรครับ ผมเดินไหว"

"ตามใจนะ" หมอหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนที่จะเดินนำไปอย่างรวดเร็ว ราวกับจะแกล้งคนข้างหลังที่เดินตามอย่างนั้นล่ะ

...เดินธรรมดาก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ยังต้องรีบเดินตามพี่หมออีก  หรือว่าบางทีนั่งรถเข็นจะดีกว่านะ...

 

ปุณญนันท์เดินไปทางห้องตรวจอย่างเชื่องช้า เห็นสิทธิโชคกำลังเดินวุ่นไปมา ติดต่อนั่นนี่ก่อนที่จะหันมาหยุดมองที่เขา 

"ถึงแล้วเหรอ"

....  ถึงแล้วเหรอ ...พี่หมอครับ นั่นมันคำพูดที่ใช้กับคนป่วยแน่เหรอครับ  ....

หรือว่าตัวเขาเองจะเคยชินอยู่กับความใจดีกันนะ อยู่กับพี่หมอถึงรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ

"ปราบ ไปรอพี่ที่ห้องตรงนั้นนะเดี๋ยวพี่ตามไป"

สิทธิโชคชี้ไปยังห้องเล็กๆห้องหนึ่ง ซึ่งดูอย่างไรก็ไม่ใช่ห้องตรวจแน่ๆ  ป้ายหน้าห้องเขียนว่า  "ห้องทำหัตถการ"

ห้องอะไร ?  หัตถการแปลว่าอะไร ?

คำถามมากมายวนเวียนขึ้นมาเต็มหัวไปหมด แต่ก็ช่างมันเถอะเพราะตอนนี้ร่างกายร้อนหัวหมุนคิดอะไรไม่ออกแล้ว

 

.............................................

"รอนานไหม"

"ไม่ครับ"

"เอาแขนวางบนนี้นะ" หมอหนุ่มหยิบหมอนสีเขียวใบเล็กลักษณะทรงกระบอกขึ้นมา  ก่อนจะหันไปเตรียมอุปกรณ์อื่นๆ

..ชักใจไม่ดีแล้วสิ...

"พี่หมอครับ จะทำอะไรเหรอครับ"

"เจาะเลือด"

.... เจาะ ... เลือด ....แค่สองคำสั้นๆแต่กลับทำให้หัวใจหล่นวูบไปถึงไหนต่อไหน

"เจาะทำไมครับ  แค่ไข้ขึ้นไม่เห็นต้องเจาะ"

"ใช่ แค่ไข้ขึ้นน่ะไม่ต้องเจาะหรอก"

สายตาคมมองลอดกรอบแว่นไปยังคนตรงหน้า  ก่อนที่จะเอ่ยเสียงเรียบพร้อมรอยยิ้มเย็น

"แต่คนไข้ดื้อน่ะ เลยต้องเจาะ"

 

..ผม  ผมไปดื้อกับพี่หมอตอนไหนกันครับ...

 

ปลายเข็มแทงไปบนผิวขาว เลือดสีแดงเข้ม ค่อยๆถูกดูดออกมาอยู่ใน กระบอกฉีดยาใส หมอหนุ่มลอบมองสีหน้าคนตรงหน้า ใบหน้านิ่งแต่ปลายมือเย็นจัด ใบหน้าเดิมที่ขาวซีดกลับเรื่อยด้วยสีแดง ดูท่าอาการอ่อนเพลียจะหายไปเสียหมด  ถ้าหากจะเปรียบกับแมวแล้วล่ะก็ ตอนนี้คงเหมือนแมวขนฟูที่กำลังขู่ฟ่อ อยู่แน่ 

....ตลกดี....

พลาสเตอร์สีขาวถูกปิดลงบนรอยเข็มอย่างเรียบร้อย

 

"พี่โชค ไม่เห็นพาผมไปหาหมอเลยนี่ครับ"  น้ำเสียงเริ่มเจือด้วยความขุ่นมัว

....หรือแค่ต้องการพาผมมาแกล้งเล่น  ไม่สนุกหรอกนะ  มันไม่สนุกสักนิด ...

 

ดูเหมือนสิทธิโชคจะจับได้ถึงความเปลี่ยนแปลง

...โกรธแล้วไง ...

 

"ก็พี่ไงหมอ ไม่ได้หาหมอได้ยังไง"

"ก็ตอนแรกบอกว่า มาโรงพยาบาลจะได้มาหาหมอ"

"พี่พามาเจาะเลือดตรวจต่างหาก  ที่โรงเรียนมันทำได้ที่ไหน"

ก็จริง  ที่โรงเรียนไม่สะดวกในหลายๆด้าน การที่เขาไปสงสัยพี่หมอแบบนั้นมันไม่ควรเลยจริงๆ  คงไม่มีหมอที่ไหนหรอกที่จะสนุกกับการได้รังแกคนไข้   สายตากร้าวเมื่อครู่หรุบต่ำ เสมองไปทางอื่น

"ขอโทษครับ"

หมอหนุ่มยิ้ม ก่อนที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวคนตรงหน้าเล่น ทำท่าซึมอย่างกับแมวป่วยยังนั้นล่ะ

 "มีอะไรก็ถาม อยากรู้อะไรก็ถาม ไม่เห็นต้องเก็บไว้นี่"

 

"พี่เห็นว่าเราเป็นเยอะ มีเพ้อออกมาตอนหลับด้วย ก็เลยพามาตรวจเลือดดีกว่า"

...เพ้อ ...  เพ้อ อะไรน่ะเรา...

"เพ้อ ว่าอะไรครับ"

หมอหนุ่มพยายามกลั้นยิ้มก่อนจะตอบสั้นๆว่า

"อย่ารู้เลย .."

 

-- fin --

 

สรุป

-ครูปราบเป็นไข้ แวะมานอนที่ห้องพยาบาล

-นอนอยู่นานจน รร.เลิก อาการไข้ก็ยังมีอยู่

- หมอเลยปลุกแล้วพาไปโรงพยาบาล (แบบใจร้ายนิดๆ)

- หมอเจาะเลือดครูปราบมาตรวจ จริงๆไม่ต้องเจาะเองพยาบาลเจาะได้ แต่หมอก็เจาะให้ไม่รู้ว่าหวังดีหรือประสงค์ร้ายกันแน่55

- ครูปราบคิดว่าหมอแกล้ง แต่ก็เข้าใจในที่สุด

- หมอรู้อะไรบางอย่างจากตอนครูปราบเพ้อออกมาตอนหลับ แต่หมอไม่บอก

---------

สนุกที่สุด ได้แกล้งเด็ก?(ไม่เด็กแล้วครับ) ตอนนี้ยังไม่ได้รับการproveใดๆจากเจ้าของแคแรกเตอร์ แต่ก็นะเขียนเสร็จแล้วโพสแล้ว (จับมัด)  รู้สึกว่าจริงๆปราบกับหมอโชคสนิทกันในระดับนึงทีเดียว จากเมื่อครั้งโดนรถชนตอนนั้น  แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยเขียนอะไรออกมาอีกเลย ได้โอกาสเลยหยิบมาเล่นนิด แกล้งซะหน่อย  

ตอนนี้เลยเห็นได้ชัดขึ้นมาหน่อยตรงหมอมันไม่ได้ใจดีขนาดนั้นหรอกนะ ที่จะมาคอยปลอบประโลมอะไรเท่าไหร่  ยิ่งเป็นผู้ชายด้วย  เอาผลลัพธ์เป็นหลัก  ถึงเวลาจะดุก็จะไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ แต่ก็หวีงดีล่ะนะ(มั๊ง 55)

ไปดีกว่าเดี๋ยวว่างๆจะได้เคลียร์เรื่องหัวใจ วิ๊ว

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อรั๊ยยยยย น่ารักมากๆค่ะ หมอโชคนี่เห็นนิ่งๆน้า..




ไม่นึกว่า...




จะเป็นพี่ชายแสนดีขนาดนี้open-mounthed smile
#1  by  renren119 as Shiba Kaien At 2009-11-07 15:02, 
อ๊างงง
อยากให้หมอโชคมาเจาะเลือดเค้าบ้าง อ๊างงง

555+
น่ารักจริงๆ confused smile
#2  by  L.Khunnon* At 2009-11-07 15:29, 
--ซับนรก--


"พี่เห็นว่าเราเป็นเยอะ มีเพ้อออกมาตอนหลับด้วย ก็เลยพามาตรวจเลือดดีกว่า"


"เพ้อ ว่าอะไรครับ"


"อย่ารู้เลย .."


คนป่วยที่ยังเวียนหัว เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ยิ่งทำให้อารมณ์ที่ขุ่นเพราะฤทธิ์ไข้ยิ่งขมุกขมัวมากเข้าไปใหญ่
จนบ่นอุบอิบออกมาให้ได้ยิน...


"ถ้าไม่อยากให้เป็นเยอะ..."


เจ้าเหมียวอารมณ์เสียบ่นงึมงำ...


"...ก็หัดบันยะบันยังบ้างสิครับ"


/เผ่นอย่างว่อง กรั่กๆๆ

#3  by  Asana Fay At 2009-11-07 17:05, 
^
^
^

ข้างบน ชลบช มากมาย =[]=


โมเอ้(เว้ย)ครับ! มากมากอ่ะ โมเอ้มากมาอ่ะ ปราบโมเอ้อ้ะ น่าแกล้งมากกกกกกกกกรั่กๆๆๆๆๆๆๆ

ว่าแต่ไอ้ "อย่ารู้เลย"เนี่ย...

มันต้องทำหูลู่ๆ ช้อนตามอง มุ่นคิ้วนิดๆใส่เลยครับพี่!! โมเอ้ละลาย หมอก็หมอเถอะ!!!

/เวิ่นเว้อแล้วหนี
#4  by  -((666 Error))- At 2009-11-07 19:19, 
รู้สึกว่าอ่านเรื่องตอนนี้แล้วจิ้นตนาการมันตะเลิดไปถึงไหนต่อไหนก็ไม่รู้ cry

หมอดุๆ แบบนี้ถูกใจมากเลยครับ



ปล. ที่มาเจาะเลือดนี้ เพื่อช่วยชำระล้างหัวใจที่บอบช้ำรึเปล่าครับนั่น open-mounthed smile

/เผ่น
ขอแก้คำผิดนิดนึงค่ะ

"เลือดสีแดงเข้ม"

จริงๆแล้ว... มันต้องเป็น...

"เลือดสีม่วง" ตะหาก

(/กรั๊ก)
(/โดนโบกสิบแปดตลบ)

ได้เห็นโฉมหน้าดาร์กไซด์ของคุณหมอแล้วรู้สึกขนลุกนิดๆ และได้เห็นสายสัมพันธ์ใหม่...(รึว่าจะเป็นคู่ใหม่ที่จะมาทดแทน 555)เป็นฟิคที่อ่านแล้วกระชุ่มกระชวยหัวใจดีแท้

"อย่ารู้เลย"

อย่ารู้เลย อย่ารู้เลย แล้วมันอะไรกันละเฟร้ยยย จบแบบนี้คาใจคนอ่านอย่างแรงนะคะ ชวนให้จิ้นเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนต่อไหน... อาจจะเป็น...

"อย่า... อย่าไปนะครับ... อย่าทิ้งผมไปนะครับ..."

หรือ...

"พี่หมอ... ทำไมถึงใจร้ายกับผมนักล่ะครับ..."

(/เผ่นลงรูด้วยความไวแสง)
#6  by  irindel At 2009-11-07 21:13, 
เพ้ออะไรน่ะ? ชักอยากรู้แฮะ...

หรือว่าจะเพ้อแบบเดียวกับเราเมื่อวันก่อน
แบบว่า "ครูศัลยา~~~~~~~~~~~~~"

(ฮา)

#7  by  aki At 2009-11-08 18:30, 

<< Home